เชียงรายบริสุทธิ์…สดชื่น แต้ แต้ 4 วัน 3 คืนหนีร้อนไปนอนริมดอย ชิมชาดื่มกาแฟชมงานศิลป์ เสพความสุขฟินๆ ฟีลพักผ่อนแบบ SLOW LIFE – วันที่ 3


เชียงรายบริสุทธิ์…สดชื่น แต้ แต้ 4 วัน 3 คืนหนีร้อนไปนอนริมดอย ชิมชาดื่มกาแฟชมงานศิลป์ เสพความสุขฟินๆ ฟีลพักผ่อนแบบ SLOW LIFE – วันที่ 3

Day 3 | เช้านี้เราตื่นแต่เช้าตรู่เพื่อเตรียมตัวเดินทางขึ้นผาตั้ง ภูชี้ฟ้า วันนี้ขอเที่ยวสายธรรมชาติเน้นรับอากาศบริสุทธิ์ให้เต็มปอดก่อนกลับกรุงเทพฯ ซึ่งจากเชียงรายเดินทางไปยังภูชี้ฟ้าจะใช้เวลาเดินทางเกือบ 2 ชั่วโมงเลยทีเดียว รถค่อยๆ ลัดเลาะผ่านภูเขาทีละลูกๆ ค่อยๆ ไต่ระดับสูงขึ้น มีจุดชมวิวสวยๆ ระหว่างทางให้เราได้พักสายตา และถือโอกาสพักขาไปด้วย

และแล้วเราก็มาถึงจุดหมายแรกของวันนี้ คือ ผาบ่องและผาตั้ง ซึ่งทั้งสองจุดนี้จะอยู่ใกล้ๆ กัน บนระดับความสูงเหนือระดับน้ำทะเล 1,638 เมตร อากาศที่นี่จึงเย็นสบาย มีหมอกขาวๆ ให้เราได้โอบกอดเกือบตลอดทั้งปี

สำหรับจุดชมวิวผาตั้งมีทั้งหมด 7 จุดด้วยกัน โดยจุดแรก คือ ผาบ่อง ซึ่งเป็นช่องหินขนาดใหญ่ที่คนเดินลอดได้ ตั้งอยู่แนวหน้าผาจากจุดนี้มองเห็นทิวทัศน์ประเทศลาวได้อย่างสวยงาม แต่วันนี้หมอกหนาไปนิดเลยได้ฟีลเก๋ๆ หม่นๆ เหมือนกำลังเช็กอินอยู่สวิตเซอร์แลนด์เลยทีเดียว

ถัดไปจุดที่ 2 จะเป็นศาลาเก๋งจีน จุดที่ 3 พระพุทธรูป จุดที่ 4 ป่าหินยูนนาน ซึ่งบริเวณนี้จะเป็นลานหินขนาดใหญ่กระจัดกระจายทั่วบริเวณ

เดินเลยไปอีกนิดจะเป็นจุดที่ 5 ช่องผาขาด เป็นอีกหนึ่งจุดสวยที่เราต้องแวะถ่ายรูป และยังเป็นจุดชมวิวที่สามารถมองเห็นฝั่งลาวได้สุดสายตาอีกด้วย

จุดที่ 6 เนิน 102 เป็นจุดชมวิวระหว่างกลางภูเขา ถัดไปเป็นจุดที่ 7 เนิน 103 เป็นจุดสูงสุดของผาตั้งใช้เวลาเดินประมาณ 3 ชั่วโมงกว่าๆ ทั้งไปและกลับสิ่งสำคัญสำหรับเส้นทางนี้อย่าลืมติดน้ำดื่มไปสักขวดไว้ดื่มระหว่างทาง

ใครเหนื่อยๆ จากการเดินขึ้นเขา ด้านล่างจะมีร้านของฝาก ร้านอาหารของชาวบ้านให้บริการ แวะมานั่งพักดื่มน้ำเย็นๆ สักแก้ว หรือจะจัดหนักเพิ่มความหวานก็มีโรตีมะตะบะแป้งกรอบๆ ให้อิ่มอร่อยกันในราคา 25 – 45 บาท

หายเหนื่อยจากผาตั้งเราขับรถผ่านบริเวณทางขึ้นภูชี้ดาว อดใจไม่ไหวเลยขอจัดอีกสักดอยให้ร่างกายได้สูบฉีดอย่างเต็มที่! สำหรับนักท่องเที่ยวที่ต้องการขึ้นภูชี้ดาวจะต้องจ้างรถ 4×4 ของชาวบ้านขึ้นไปส่งค่ารถเหมาคันละ 500 บาท

จากจุดรับส่งต้องเดินต่อไปอีกประมาณ 300 เมตร เส้นทางจะค่อนข้างชันแต่ก็มีบันไดให้เราได้อาศัยเกาะไต่ขึ้นไปเรื่อยๆ ซึ่งจะใช้เวลาเดินประมาณ 20 – 30 นาทีก็ถึงบริเวณจุดชมวิวสูงสุดของภูชี้ดาวแล้วค่ะ

ภูชี้ดาวเป็นแหล่งท่องเที่ยวใหม่ที่ยังคงความอุดมสมบูรณ์ สูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 1,800 เมตรเป็นจุดชมวิวทะเลหมอกที่สวยงามไม่แพ้ภูชี้ฟ้า หากมาวันอากาศเปิดจะมองเห็นยอดภูชี้ฟ้าได้ชัดเจนอีกด้วย

อีกทั้งยังสามารถชมวิวทิวทัศน์ได้แบบ 360 องศา โดยปราศจากต้นไม้หรือสิ่งใดๆมาบดบัง ตลอดทางขึ้นจะมีแนวรั้วไม้กั้นเขตแดนและป้องกันอันตราย เป็นไฮไลต์อย่างหนึ่งของจุดชมวิวแห่งนี้

เราเดินลงจากภูชี้ดาวกันก่อนค่ำ เพื่อเดินทางต่อไปยังที่พักของเราในคืนนี้ที่ ภูสวรรค์รีสอร์ท เป็นที่พักวิวสวยที่แวดล้อมไปด้วยขุนเขาตัดสลับกันได้อย่างลงตัวและสวยงาม

ภายในที่พักแวดล้อมไปด้วยต้นไม้ใหญ่ มีดอกไม้สีสันสวยงามกระจายอยู่ตามจุดพักผ่อน ส่วนห้องพักมีให้บริการทั้งหมด 15 ห้องด้วยกัน ภายในตกแต่งแบบเรียบง่าย แต่สะอาดสะอ้านและครบครันด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกที่จำเป็น

อ่านต่อ Day 4

บทความต้นฉบับ: http://www.tripgether.com/index.php?home=view&id=477

Comments

comments