เชียงรายบริสุทธิ์…สดชื่น แต้ แต้ 4 วัน 3 คืนหนีร้อนไปนอนริมดอย ชิมชาดื่มกาแฟชมงานศิลป์ เสพความสุขฟินๆ ฟีลพักผ่อนแบบ SLOW LIFE – วันที่ 2


เชียงรายบริสุทธิ์…สดชื่น แต้ แต้ 4 วัน 3 คืนหนีร้อนไปนอนริมดอย ชิมชาดื่มกาแฟชมงานศิลป์ เสพความสุขฟินๆ ฟีลพักผ่อนแบบ SLOW LIFE – วันที่ 2

Day 2 | ตื่นแต่เช้ามารับอากาศบริสุทธิ์ สดชื่น กันสักหน่อยก่อนที่จะออกเดินทางไปที่ไร่ชาฉุยฟง จิบชา กินขนม ซึ่งจากที่พักใช้เวลาเดินทางเพียงไม่กี่นาทีเท่านั้นก็ถึงแล้วค่ะ

ไร่ชาฉุยฟงมีพื้นที่กว้างขวาง แบ่งพื้นที่ได้อย่างเป็นสัดเป็นส่วน มีโซนร้านคาเฟ่ให้แวะดื่มชา กินขนม ชมวิวสวย และยังมีจุดถ่ายภาพเก๋ๆ ให้เราได้เช็กอินกันเบบเพลินๆ หลายจุดทีเดียว เปิดตั้งแต่ 8.30 – 17.30 น.

เราใช้เวลาอยู่ที่ไร่ชากันนานพอสมควร เพราะด้วยพื้นที่ที่กว้างขวางมากๆ บวกกับจุดถ่ายภาพสวยๆ เหมาะแก่การกดชัตเตอร์โพสท่า เช็กอินอวดเพื่อนให้อิจฉาปนฉงนกับทริปเชียงรายในหน้าร้อนแบบนี้…

ก่อนจะออกเดินทางกันต่อไปยังดอยช้างมูบ หรือฐานปฏิบัติการดอยช้างมูบ เป็นจุดชมทะเลหมอก พระอาทิตย์ขึ้น และพระอาทิตย์ตกที่สวยงามอีกแห่งหนึ่งของเชียงราย

ห่างไปอีกประมาณ 1 กิโลเมตรจากฐานปฏิบัติการดอยช้างมูบเป็นที่ตั้งของสวนรุกขชาติแม่ฟ้าหลวง ที่หลากสีสันไปด้วยต้นไม้ดอกไม้เมืองหนาวนานาพรรณ นักท่องเที่ยวสามารถเที่ยวชมได้ทุกวันตั้งแต่ 7.00 – 17.00 น. ค่าเข้าชมคนละ 90 บาท

หลังจากชมความสวยงามของสวนรุกขชาติแม่ฟ้าหลวงกันแล้ว เราไปฟินกันต่อกับสวนดอกไม้ที่มีความเป็นมาอันน่าประทับใจ ด้วยสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนีมีพระราชประสงค์ให้ผู้ที่ไม่มีโอกาสไปต่างประเทศได้มาเที่ยวชมกันที่ “พระตำหนักดอยตุง”

สำหรับผู้ที่มาเที่ยวพระตำหนักดอยตุงจะมีจุดที่น่าสนใจให้ชม 4 จุด คือ หอแห่งแรงบันดาลใจ สวนแม่ฟ้าหลวง อาคารพระตำหนักดอยตุง ประติมากรรมความต่อเนื่อง และ Tree Top Walk

สำหรับ Tree Top Walk เป็นกิจกรรมใหม่ที่เพิ่งเปิดให้บริการเมื่อช่วงปลายปีที่ผ่านมา เป็นเส้นทางศึกษาธรรมชาติชมวิวสวยเหนือยอดไม้

ระยะทางประมาณ 400 เมตร มีความสูงอยู่ที่ 40 เมตร แบ่งออกเป็น 4 ช่วง โดยแต่ละช่วงจะมีความสูงไม่เท่ากัน สำหรับ Tree Top Walk มีค่าใช้จ่ายคนละ 150 บาท

เสร็จสิ้นกิจกรรมเสียวๆ กันไปแล้ว เรามานั่งพักเหนื่อยที่ศูนย์อาหาร รับประทานอาหารกลางวันเรียบร้อยแล้วก็ออกเดินทางกันต่อไปยังเชียงแสน

ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1.30 ชั่วโมง ก็มาถึงเมืองท่าริมโขงเมืองที่ผู้คนมีวิถีชีวิตแบบสโลว์ไลฟ์

ไฮไลต์เมื่อมาถึงเชียงแสนก็ต้องไม่พลาดแวะมาเช็กอินที่สามเหลี่ยมทองคำ จากจุดนี้จะสัมผัสได้ทั้งทิวทัศน์อันงดงามของฝั่งพม่าและลาวพร้อมทั้งความเงียบสงบของลำน้ำโขง

แล้วต่อด้วยกิจกรรมเติมบุญนมัสการพระเชียงแสนสี่แผ่นดิน หรือพระพุทธนวล้านตื้อซึ่งประดิษฐานอยู่ริมน้ำโขง ปิดท้ายด้วยกิจกรรมสายชอปปิ้ง หาซื้อของฝากจากร้านย่านนั้นติดไม้ติดมือกันสักอย่างสองอย่าง ก่อนจะออกเดินทางไปยังจุดหมายต่อไป

และสำหรับสายบุญ มาที่นี่ต้องไม่พลาดมาสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองชาวเชียงแสนกันที่ วัดป่าสัก ซึ่งเป็นวัดเก่าสร้างขึ้นเมื่อประมาณ พ.ศ. 1930 เป็นที่ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุ

บริเวณพื้นที่รอบๆ ร่มรื่นไปด้วยต้นสักและต้นไม้ใหญ่นานาพรรณ อีกทั้งยังมีโบราณสถาน และร่องรอยจากประวัติศาสตร์ให้เราได้เดินชมและศึกษาความเป็นมาเพิ่มอรรถรสในการเที่ยวเมืองเชียงแสนแห่งนี้ได้ดีทีเดียว

จากวัดป่าสัก ขับรถตามทางมาเรื่อยๆ จะมีตลาดบรรยากาศบ้านๆ มีทั้งอาหารและข้าวของเครื่องใช้ให้เราได้เลือกซื้อ เลือกชิม และแนะนำให้ลองข้าวแรมฟืน หรือข้าวแรมคืน ซึ่งเป็นอาหารดั้งเดิมของชาวไทใหญ่ ไทลื้อ ซึ่งปัจจุบันกลายเป็นอาหารท้องถิ่นชาวเชียงแสนที่ต้องลองชิมสักครั้งแล้วจะติดใจ!!

ลัดเลาะเที่ยวเมืองเชียงแสนแป๊บๆ ก็จะหมดไปอีกวันแล้ว สำหรับเชียงแสนสามารถมาเที่ยวได้ทั้งแบบวันเดย์ทริป ถ้าใครอยากมานอนพักสักคืนก็มีที่พักริมแม่น้ำโขงให้เราได้นอนหลับสบายๆ หลายที่ทีเดียว แต่สำหรับทริปนี้เราขอตีรถกลับเข้าตัวเมืองเชียงรายแล้วไปเช็กอินกันที่ Eat Sleep Café & Bed เพื่อเตรียมเดินทางไกลขึ้นภูชี้ฟ้ากันแต่เช้า

Eat Sleep Café & Bed เป็นที่พักเล็กๆ ริมแม่น้ำกก ที่รีโนเวตบ้านเก่าให้กลายเป็นพื้นที่พักผ่อนสุดชิล มีห้องพักให้บริการเพียง 5 ห้อง ตกแต่งในสไตล์มินิมอล คอนเทมเพอรารี ถึงแม้จะออกแบบเรียบๆ แต่ก็ครบครันด้วยสิ่งอำนวยความสะดวก แถมยังมีคาเฟ่ให้บริการอาหารและเครื่องดื่มอีกด้วย

อ่านต่อ Day 3

บทความต้นฉบับ: http://www.tripgether.com/index.php?home=view&id=477

Comments

comments