เชียงรายบริสุทธิ์…สดชื่น แต้ แต้ 4 วัน 3 คืนหนีร้อนไปนอนริมดอย ชิมชาดื่มกาแฟชมงานศิลป์ เสพความสุขฟินๆ ฟีลพักผ่อนแบบ Slow Life – วันที่ 1


เชียงรายบริสุทธิ์…สดชื่น แต้ แต้ 4 วัน 3 คืนหนีร้อนไปนอนริมดอย ชิมชาดื่มกาแฟชมงานศิลป์ เสพความสุขฟินๆ ฟีลพักผ่อนแบบ Slow Life – วันที่ 1

เที่ยวเชียงราย

เที่ยวเชียงรายบริสุทธิ์…สดชื่น แต้ แต้ 4 วัน 3 คืน

ช่วงกลางปีแบบนี้หลายคนมักจะวางแผนเที่ยวทะเล ดำน้ำดูปะการัง ใส่บิกินี่เดินเล่นทรายแล้วเก็บทริปเที่ยวเหนือไว้ลุยเที่ยวช่วงปลายฝนต้นหนาว แต่อันที่จริงแล้วภาคเหนือสามารถเที่ยวได้ทั้งปีเช่นเดียวกับเชียงราย จังหวัดเหนือสุดของประเทศไทย ที่ไม่ว่าจะฤดูกาลไหนก็เที่ยวได้แบบม่วนๆ เพราะ “เชียงราย บริสุทธิ์ สดชื่น แต้ แต้” มีทั้งธรรมชาติสวยตระการตาให้เราได้มากอบโกยอากาศที่แสนบริสุทธิ์ใส่ปอด หรือจะเข้าวัดทำจิตใจให้ผ่องใส ละกิเลส ข้าวของเครื่องใช้แบรนด์เนม มานุ่งขาวห่มขาวก็สุขใจไม่แพ้กัน ส่วนใครสายกินก็มีร้านอาหาร ร้านคาเฟ่สไตล์คลีนๆ อาหารอินทรีย์ปลอดสารพิษให้เลือกเช็กอินเพียบ! หรือถ้าใครสายฮิป สายอาร์ต จะมาเสพงานศิลปะชั้นครูเพิ่มไอเดียค้นหาแรงบันดาลใจให้กับชีวิตก็ไม่ผิดหวัง

ที่สำคัญยังได้หลีกหนีความวุ่นวายในเมืองกรุงฯ มาสัมผัสวิถีชีวิตแบบ Slow Slow ที่เสมือนได้หยุดเวลาแห่งความสุขให้เดินช้าๆ ตามใจเรา ตามคอนเซ็ปต์ “Recharge Refresh Relax and Art” ที่เชียงราย


Day 1 | วันแรกเราออกเดินทางกันช่วงเช้า นั่งเครื่องบินจากกรุงเทพฯ มาลงที่สนามบินแม่ฟ้าหลวงใช้เวลาเดินทางประมาณ 1.40 ชั่วโมง พอมาถึงเชียงรายเราก็ขอไปสักการะขอพรและชมความสวยงามกันก่อนที่วัดร่องเสือเต้น

เมื่อเข้ามาถึงบริเวณหน้าวัดก็สะดุดตากับอุโบสถสีน้ำเงิน ซึ่งเป็นไฮไลต์ของวัด วัดนี้สร้างขึ้นโดยศิลปินชาวเชียงราย คุณพุทธา กาบแก้ว หรือสล่านก เป็นศิลปะแบบไทยประยุกต์ ด้านหน้ามีพญานาคขนาดใหญ่ปั้นด้วยลวดลายที่อ่อนช้อย แต่งแต้มสีสันสวยงาม

ภายในอุโบสถมีพระประธานสีขาวมุกองค์ใหญ่เด่นสง่าตัดกับภาพวาดฝาผนังสีน้ำเงินมีลายเส้นที่ชัดเจนสวยงาม สำหรับวัดร่องเสือเต้นเปิดทุกวันตั้งแต่ 7.00 – 20.00 น.

จากวัดร่องเสือเต้นเราเดินทางต่อไปยังวัดห้วยปลากั้งใช้เวลาเดินทางเพียง 10 นาที ผ่านทุ่งนาเข้ามาถึงบริเวณทางเข้าวัด ซึ่งตั้งอยู่บนเนินเขาลูกเล็กๆ มีองค์เจ้าแม่กวนอิมขนาดใหญ่ตั้งตระหง่านมองเห็นได้แต่ไกล

และเมื่อเข้ามาด้านในองค์เจ้าแม่กวนอิม เรายังสามารถขึ้นลิฟต์ไปยังชั้น 25 ชมภาพมุมสูงของวัดห้วยปลากั้งได้อีกด้วย ค่าเข้าลิฟต์อยู่ที่ 20 บาทต่อคน

นอกจากจากจะได้ชมบรรยากาศมุมสูงของวัดแล้ว ชั้น 25 ยังมีประติมากรรมปูนปั้นสีขาวที่คุณจะรู้สึกว้าว! เมื่อประตูลิฟต์เปิดขึ้นอย่างแน่นอนค่ะ

ถัดจากองค์เจ้าแม่กวนอิมเป็นอีกหนึ่งไฮไลต์ของวัดนี้คือความสวยงามของพบโชคธรรมเจดีย์ 9 ชั้นที่มีศิลปะการสร้างแบบจีน ภายในมีเจ้าแม่กวนอิมแกะสลักด้วยไม้ให้เราได้เดินชมและกราบไหว้ขอพรเพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ชีวิต

แผนที่ วัดห้วยปลากั้ง


สวรรค์บนดินฟาร์มแอนด์โฮมสเตย์เปิดให้บริการห้องพักเพียง 3 ห้อง  มีบาร์เล็กๆเป็นเพิงกระท่อมให้เราได้นั่งจิบชา กินคุกกี้ ผลไม้ตามฤดูกาลและมีอาหารออร์แกนิกจากพืชผักที่ปลูกในฟาร์มไว้เสิร์ฟ

ให้ความรู้สึกเหมือนมานั่งดื่มชาที่บ้านเพื่อน เพราะคุณโตเจ้าของบ้านต้อนรับอย่างเป็นกันเองมาก แถมยังให้ความรู้จากไอเดียการทำชาที่สกัดจากดอกไม้สมุนไพรต่างๆ

และไม่เพียงแค่อาหารเท่านั้น ที่นี่ยังปั้นดินให้เป็นจาน ชาม ช้อน เครื่องใช้ต่างๆไว้ใช้เองอีกด้วย หากใครสนใจอยากมาเรียนรู้การทำเครื่องปั้นดินเผาก็โทร. ติดต่อสอบถามล่วงหน้ากันได้เลยที่เบอร์ 081 205 3554 หรือถ้าใครอยากมาซึมซับบรรยากาศการพักผ่อนแบบสโลว์ไลฟ์สักคืน ตื่นเช้าเก็บผักมาปรุงอาหารก็ได้ฟีลพักผ่อนไปอีกรูปแบบหนึ่ง

แผนที่ สวรรค์บนดิน


เดินชมสวน ชมไร่ จิบชา กินคุกกี้คุกกี้ที่สวรรค์บนดินฟาร์มกันเรียบร้อยแล้ว เราก็ออกเดินทางกันต่อไปยังพิพิธภัณฑ์บ้านดำเพื่อชมงานศิลปะชั้นครูที่รังสรรค์ขึ้นโดยอาจารย์ถวัลย์ ดัชนี ศิลปินแห่งชาติ สาขาทัศนศิลป์ ผู้มีฝีมือทางด้านจิตรกรรม ประติมากรรมที่ฝากผลงานไว้มากมายให้เราได้ชม

บ้านดำสร้างแบบศิลปะล้านนา บ้านทุกหลังถูกทาด้วยสีดำ ซึ่งเป็นสีที่อาจารย์ถวัลย์ชื่นชอบเป็นพิเศษและในบ้านแต่ละหลังยังประดับไปด้วยไม้แกะสลัก เขาสัตว์ ไม่ว่าจะเป็นเขาควาย เขากวาง และยังมีกระดูกสัตว์อีกหลายชนิด

ภายในบริเวณพิพิธภัณฑ์แวดล้อมไปด้วยธรรมชาติที่ร่มรื่น ให้เราได้เดินช้าๆ เสพงานศิลป์แบบเพลินๆ จากบ้านหลังนี้… ไปหลังนู้น…ใครที่อินกับงานศิลป์มาที่นี่อาจใช้เวลานานสักหน่อยเพราะมีบ้านถึง 36 หลังด้วยกัน ซึ่งแต่ละหลังจะมีแนวคิดแตกต่างกันไปให้เราได้ค่อยๆ ชม ค่อยๆ คิด รับรองไม่มีเบื่ออย่างแน่นอน สำหรับที่นี่จะเปิดทุกวันตั้งแต่ 8.00 – 17.00 น. ค่าเข้าชมคนละ 80 บาท

แผนที่ บ้านดำ


เสพงานศิลป์กันจนเพลิน ก็ถึงเวลาที่เราต้องออกเดินทางกันต่อ ไปยังดอยแม่สลองเพื่อเที่ยวชมไร่ชาและวิวขุนเขาสวยๆ สำหรับดอยแม่สลองนั้นมีไร่ชาอยู่หลายแห่งด้วยกัน แต่ทริปนี้เราจะขอแวะเช็กอินกันที่ไร่ชาระดับรางวัลสุดยอดไร่ชาโลกกันที่ “ไร่ชา 101” กันก่อนเลย

ไร่ชา 101 เป็นไร่ชาขนาดใหญ่ที่ปลูกขึ้นตามไหล่เขา ตั้งอยู่ที่บ้านแม่สลองนอก จากตัวเมืองเชียงรายใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมงนิดๆ ก็ได้ฟินกับทุ่งชาสีเขียว ตัดสลับฉากหลังวิวภูเขาสวยๆ และที่สำคัญต้องไม่พลาดแวะชิมชาแม่สลองกันสักจอกด้วยนะเออ

แวะจิบชา ถ่ายรูปเล่นบนไร่ชา 101 แป๊บเดียวก็ใกล้ถึงเวลาที่พระอาทิตย์โบกมือลาวันแรกที่เชียงรายของเรากันแล้ว เราจึงรีบเดินทางต่อไปยังที่พักคืนนี้ที่ ดอยอิสระรีสอร์ท

เป็นที่พักเล็กๆ สไตล์ล้านนา ตั้งอยู่ที่บ้านแม่สลองใน ไม่ไกลจากไร่ชา 101 ใช้เวลาเดินทาง 30 นาทีนิดๆ บรรยากาศรอบๆ ที่พักร่มรื่นไปด้วยต้นไม้ดอกไม้ มีพืชผักสวนครัวที่เจ้าของบ้านได้ปลูกไว้ใช้ไว้กิน

อีกทั้งบ้านพักแต่ละหลังยังมีระเบียงหน้าบ้านให้เราได้นั่งชมวิวเบื้องหน้ากันแบบเพลินๆ หรือถ้าใครอยากจะยืดเส้นยืดสายก็มีโต๊ะปิงปอง โต๊ะพูล ชิงช้า รถเอทีวีให้เราได้ขับเล่นรอบๆ รีสอร์ทอีกด้วย

ส่วนภายในห้องตกแต่งด้วยงานไม้เป็นหลัก ประดับผ้าทอสีสันสดใส มีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครันทีเดียว ทั้งทีวี ตู้เย็น Wi-Fi เครื่องทำน้ำอุ่น ห้องซาวน่า ฯลฯ

แผนที่ ดอยแม่สลอง


อ่านต่อ Day 2

บทความต้นฉบับ: http://www.tripgether.com/index.php?home=view&id=477

Comments

comments